คอนเสริตไหนก็ตามหากไม่ใช่ศิลปินที่ผมบ้า
(ไม่นับชอบ) ย้ำนะครับต้องบ้าเท่านั้นผมถึงจะสละเวลาของผม ไปชื่นชมด้วยความซาบซึ้งและวันนี้ก็มาถึงจนได้วันนี้เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเสร็จก็ตรงดิ่งไปบางกอกฮอลล์
ทันที“พี่วันนี้เราจะไปยังไงดี” “อ้าวเดินไปสิวะถามได้”เอ้าเดินก็เดินจากโรงแรมก็ฝากของที่ร้านบูสท์สาขาสีลม
สาม หุหุ
หน้าด้านไปฝากเขาจากนั้นออกเดินทางทันทีเดินเลาะไปตามซอกซอยเรื่อยๆเริ่มตรงสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง
ไปกันเลยเดินลัดเลาะไปๆ มาๆเป้าหมายคือสวนลุม “พี่หิวยัง” “เออ..นิดหน่อยเดี๋ยวค่อยกินที่สวนลุมไนท์ละ
กัน” เดินอีกสักพัก “พี่ ที่นี่มันคุ้นๆมะ” “อ้าวเฮ้ย สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงนี่หว่า”อายไหมครับนั่นบ้านนอก
เข้ากรุงหุหุ นี่แหละครับ ไม่ไหวแล้ว นั่งแท็กซี่ดีกว่า แป๊บเดียวถึงถึงแล้วๆชักภาพคู่กับป้ายหน่อยเดินเข้าไป
บางกอกฮอล์ (มาถึงตอนสิบโมงครับ) ไม่เห็นมีใครเลยหว่าหรือว่าเขายกเลิก “ได้ยินเสียงป่าวเขาซาว์เช็คนี่
หว่าไปดูๆ” เข้าไปดูเขากำลังเตรียมเครื่องดนตรีต่างหากและซาว์เช็คไปด้วย “เข้าไปดีกว่าพี่” “จะเข้าไปได้ไง
วะมีแต่สต๊าฟ” “ทำเนียนๆ ไปไม่เป็นไรหรอกเขาไม่ได้ปิดประตูนี่”เข้าไปชื่นชมอยู่พักใหญ่ออกมาหิวข้าวแล้ว
คิดดูครับมันจะมีร้านไหนมาเปิดตอนสิบเอ็ดโมงบ้างอ่ะครับ

แอบเนียนเขาไปดู
เดินไปเดินมาอ้าว เจอเฟรชมาร์ทขอบคุณสวรรค์ มาเลยครับแดกมาม่ากะขนมปังเอาจนอิ่ม มานั่งคิดกับ
พี่ลีโอ “พี่ๆ ทำไมเราไม่นั่งรถไฟไต้ดินมาลงสถานีลุมพินีล่ะ ทำไมเราต้องเดินด้วย” “เออว่ะ” นั่นแหละครับ
เพื่อนๆ บ้าครับ ยังงี้บ้านแน่นอน รอแล้วรอเล่า บ่ายสาม “ยังไม่มีใครมาเลยพี่” “เดี๋ยวคงมากันแล้ว” มา
จริงๆครับ แฟนเพลงรุ่นน้องเด็กๆ จาก ม.ธรรมศาสตร์น้องดิวมาเปิดใจคุยกัน “พวกพี่มาจากไหนกันครับ”
“จากเชียงใหม่ครับ” “พี่บ้าหรือเปล่าครับเนี่ย” อ้ววไอ้นี่ ถ้ากูไม่บ้ากูจะมาป่าววะถามได้

คนแรกๆ
พากันไปเข้าแถวเพื่อเข้าชมงานคุยกันไปตามประสาร็อคเกอร์ โทรหาพี่อ้อม “อยู่ไหนแล้วเนี่ย” “ผมอยู่ที่
งานแล้วครับ เออเดี๋ยวพี่ไป” เจอพวกเดียวกันอีกแล้วผมทักทายก่อน “สวัสดีครับ พี่มาดูดรีมเหมือนกันเหรอ
ครับ” “อ้าวไอ้นี่ เห็นกูมาดูโลโซหรือไงฟะ ส่าด พี่ชื่อเอกครับอยู่ กทม นี่แหละ” พี่เอกตอบรับ “นี่เพื่อนพี่ เต้
มันบ้าดรีมพอๆกะพวกแกนั่นแหละ ” “ดีครับพี่เต้” (พี่เอกไปห้องน้ำ) “ดีครับไอ้เอกเพื่อนพี่มันบ้า สตีฟ วายน์
คราวที่แล้วมันตามไปดูถึงออสเลยนะเว้ย”
นั่งคุยกันสักพัก โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ต้นสายพูดว่า “สวัสดีครับ พี่นานาหรือเปล่าครับผมจากเอาเบอร์จาก
ไทยแม็กคลับนะครับพี่อยู่ไหนอ่ะครับเดี๋ยวผมไปหา” “สวัสดีครับ ใช่แล้วครับ ผมอยู่แถวด้านขวามือบัตร
2500 หน้าสุดครับ” “ดีเลยครับเดี๋ยวผมไปต่อด้วย” แล้วเราก็เป็นคนมีประโยชน์แล้วเว้ย (นิก ไทยแม็คคับ
มากับ นกไทยแม็คคลับ) แล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ตรวจบัตรด้วยครับเราจะแจกวริสแบร์น (น่าจะเรียก
ว่า กระดาษพันข้อมือมากกว่า) ทีแรกผมเอากล้องซ่อนไว้ที่ขากางเกง แต่เดินไม่ถนัด เลยเอาไว้ตรงเป้าดีกว่า
ห้าห้า เข้าไปได้วิ่งเลยครับหน้าสุดน่ะได้อยู่แล้วแต่ขอหาที่มันตรงกับ จอร์น เพอร์ตรูชี่ ไว้ก่อน

เอาจนได้
พี่อ้อมโทรมา “แกอยู่ไหนวะ ยกมือหน่อย” “หน้าสุดพี่ ยกแล้ว” “พี่ไม่เห็นช่างเถอะ”และแล้วเวลาแห่งการ
รอคอยของผมก็บังเกิดขึ้น ……. ละแล้วงานเลี้ยงก็จบลง
ที่ผมเว้นไว้ก็เป็นเพราะว่าผมไม่อาจที่จะอธิบายว่า
เกิดอะไร
หรือมมีความรู้สึกอย่างไรกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า และความรู้สึกที่ได้รับจากการไปดูครั้งนี้ผมได้
แต่บ่นกับตัวเอง “นี่เหรอ โรงละครแห่งความฝันฝันไปหรือเปล่า” มันเหมือนมีอะไรมาสะกดใช้ตัวผมล่อง
ลอย และรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน ต้องไปดุและสัมผัสเองครับถึงจะเข้าใจ
กำ มันไม่โชว์อะ ผีหลอก